PRP (Platelet-Rich Plasma)
คือกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งสกัดจากเลือดของผู้ป่วยเอง โดย PRP มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโต (Growth Factors) ที่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูรากผม ทำให้เส้นผมที่งอกใหม่มีความหนา แข็งแรงขึ้น และลดการหลุดร่วงได้ รวมถึงช่วยให้รากผมที่อ่อนแอสามารถเจริญเติบโตได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือผมร่วงจากพันธุกรรมหรือจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ผลที่ได้คือเส้นผมดูหนาขึ้นและลดความบางของผมในระยะยาว
PRP ผม คืออะไร?
การทำ PRP ผม หรือ การฉีด PRP ผม คือ วิธีการปลูกผมอีกวิธีหนึ่ง ที่แพทย์จะฉีด PRP หรือที่เรียกว่าเกล็ดเลือดเข้มข้น เข้าไปที่หนังศีรษะในส่วนที่มีอาการผมร่วง ผมบาง เพื่อให้สารใน PRP ไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม
PRP อุดมไปด้วยสารต่างๆมากมาย ช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือด ช่วยสร้างและส่งเสริมการสร้างเส้นเลือด ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต การแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง กระดูก คอลลาเจน ทั้งยังช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้นอีกด้วย
เมื่อเซลล์รากผมแข็งแรง จากการกระตุ้นของ PRP ผมที่งอกออกมาใหม่จะเส้นหนาขึ้น เซลล์ที่ไม่ทำงานแล้ว ก็จะกลับมาทำงานและงอกผมอีกครั้ง ทำให้ในระยะยาว ผมของผู้ที่ทำ PRP ผม จะกลับมาหนาดังเดิม
เกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet Rich Plasma) คืออะไร?
PRP ที่แพทย์ใช้ฉีดคืออะไร มาจากไหน? PRP (Platelet Rich Plasma) หรือ เกล็ดเลือดเข้มข้น คือ พลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดอยู่อย่างเข้มข้น มีเกล็ดเลือดมากกว่าในกระแสเลือดทั่วไป 3-4 เท่า หรือประมาณ 1,000,000 หน่วยต่อไมโครลิตร ได้จากการปั่นแยกพลาสม่าออกจากเลือดโดยใช้เครื่องเหวี่ยงสาร (Centrifuge)
โดยที่มาของเลือดดังกล่าว มาจากตัวผู้เข้ารับการรักษาเอง ก่อนการรักษาแพทย์จะเจาะเลือดออกมาเล็กน้อย เพื่อนำไปปั่นแยกให้ได้ PRP ออกมา แล้วจึงฉีดกลับเข้าร่างกายเพื่อรักษา ในขณะเดียวกัน PRP เป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกายตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตรายกับร่างกาย และความเสี่ยงในการทำก็ต่ำมาก
ในปัจจุบัน PRP ได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างหลากหลาย ในวิทยาศาสตร์การกีฬา การฉีด PRP จะช่วยให้อาการบาดเจ็บของนักกีฬาหายเร็วขึ้น ช่วยได้ทั้งส่วนข้อ เอ็น รวมถึงกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง แพทย์ด้านกระดูกและข้อ ใช้ PRP ช่วยให้กระดูกติดเร็วขึ้น แม้กระทั้งแพทย์ผิวหนังก็ยังใช้ PRP ในการ Rejuvenation ของผิวหน้า ทำให้หน้าเต่งตึงขึ้น รอยเหี่ยวย่นลดลง
- กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม
PRP ช่วยกระตุ้นการทำงานของรากผม ทำให้เส้นผมที่งอกใหม่มีความแข็งแรงและหนาขึ้น - ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
PRP ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้รากผม ลดการหลุดร่วงของเส้นผม - เพิ่มความหนาแน่นของเส้นผม
ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมและเพิ่มปริมาณของเส้นผม ทำให้ดูหนาขึ้น - เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
การฉีด PRP ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้รากผมได้รับสารอาหารมากขึ้น
การเตรียมตัวก่อนทำ PRP เส้นผม
เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาและผลิตภัณฑ์บางชนิด
– หลีกเลี่ยงยาแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) และยาแก้ ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน ก่อนทำ PRP อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะยาประเภทนี้อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและลดประสิทธิภาพของ PRP
– หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีสารเคมีแรง ๆ เช่น ยาย้อมผม หรือสารเคลือบผม ที่อาจทำให้หนังศีรษะระคายเคือง - งดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ งดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 2-3 วันก่อนทำ PRP เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่จะลดการไหลเวียนของเลือดและมีผลกระทบต่อการฟื้นฟูรากผม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ดื่มน้ำอย่างน้อย 1-2 แก้วก่อนมาทำ PRP เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและทำให้การเจาะเลือดง่ายขึ้น
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น วิตามินบี วิตามินซี และธาตุเหล็ก เพราะสารอาหารเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างสุขภาพรากผม
- หลีกเลี่ยงการทำทรีทเมนต์หรือการทำผมที่อาจระคายเคืองหนังศีรษะ หลีกเลี่ยงการทำเคมี การย้อม การดัด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการทำ PRP
- งดการสระผมในวันที่ทำ PRPแพทย์มักจะแนะนำให้งดการสระผมในวันทำ PRP เพื่อให้หนังศีรษะสะอาดและลดโอกาสการติดเชื้อ
- ปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาประจำ หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาประจำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ PRP เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่ายาที่รับประทานอยู่มีผลต่อการทำ PRP หรือไม่
ข้อดีของการทำ PRP ผม ที่ Begift Clinic
- เป็นวิธีการปลูกผมที่ปลอดภัย และความเสี่ยงต่ำมาก เนื่องจากแผลจะมีแค่แผลจากการฉีด PRP เท่านั้น ซึ่งมีขนาดเล็กมาก เมื่อหายก็ไม่ทิ้งรอย อีกทั้ง PRP ที่นำมาฉีดยังเป็นสิ่งที่มาจากร่างการเราเอง ดังนั้นโอกาสที่จะแพ้ หรือร่างกายปฏิเสธมีน้อยมาก ซึ่งคุณหมอจะถามประวัติผู้ป่วยก่อนทำทุกครั้ง
- ทำง่าย ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาทำไม่นาน ไม่มีรอยแผลเป็นทิ้งไว้ ขั้นตอนการรักษาก็ไม่เจ็บเลย คุณหมอมีประสบการณ์ มือเบา
- เป็นวิธีการปลูกผมที่มีประสิทธิภาพสูง ให้ผลในระยะยาว สามารถเห็นผลได้จริง เกิดการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
- ใช้การทำ PRP ผมร่วมกับการรักษาอื่นๆ ได้ เช่น การทำเลเซอร์ผม หรือยาใช้รักษาผมร่วง ผมบาง
การรักษาผมร่วงผมบางที่สามารถใช่ร่วมกับการทำ PRP ผม : เลเซอร์สำหรับรักษาผมร่วง ผมบาง (LLLT) ซึ่งที่ Begift Clinic มีบริการครบวงจร
การดูแลหลังทำ PRP เส้นผม
เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาและลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง
- งดการสระผมหลังทำ PRP อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
หลังการทำ PRP ควรหลีกเลี่ยงการสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้สารกระตุ้นการเจริญเติบโตใน PRP ได้ซึมเข้าสู่รากผมอย่างเต็มที่ - หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่มีสารเคมีแรง ๆ
หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่มีสารเคมีแรง ๆ หรือสารกันบูดในช่วง 2-3 วันหลังทำ PRP เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ - งดการสัมผัสหรือถูหนังศีรษะแรง ๆ
หลีกเลี่ยงการถูหนังศีรษะแรง ๆ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและลดโอกาสการติดเชื้อ - งดการทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือการทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 2-3 วันหลังทำ PRP เพราะเหงื่ออาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและลดประสิทธิภาพของ PRP - งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 วันหลังทำ PRP เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จะส่งผลต่อการฟื้นฟูรากผม - หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำ PRP เพราะแสงแดดอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคือง ควรสวมหมวกหรือป้องกันแสงแดดหากต้องออกนอกบ้าน - รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
รับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพเส้นผม เช่น วิตามินบี สังกะสี และธาตุเหล็ก เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม - หลีกเลี่ยงการทำทรีทเมนต์หรือการทำเคมีกับผม
งดการทำเคมี เช่น การย้อม ดัด หรือยืดผม อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังทำ PRP เพื่อป้องกันการระคายเคืองของหนังศีรษะและเส้นผมที่ได้รับการรักษา - ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติ เช่น อาการบวม แดง หรือปวดรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์
ผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีด PRP ผม
- หนังศีรษะมีสภาพที่ดีขึ้น มีหลอดเลือดฝอยมากขึ้น ทำให้เลือดมาเลี้ยงได้มากขึ้น เหมาะกับการเจริญเติบโตของเส้นผม
- เซลล์รากผมถูกกระตุ้น และถูกฟื้นฟูให้แข็งแรงขึ้น ทำให้มีการสร้างเส้นผมมากขึ้น ผมที่ได้ออกมาเส้นใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น ไม่ขาดร่วงง่ายเท่าเดิม
- PRP ผมแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางที่ต้นเหตุ ทำให้ได้ผมใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม ไม่ขาดร่วงซ้ำอีก สามารถรักษาร่วมกับเลเซอร์ผม และยารักษาผมร่วง ผมบางเพื่อเห็นผลที่มากขึ้น ทั้งนี้จะรักษาได้มากน้อย หรือเห็นผลชัดขนาดไหน ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะและผมของแต่ละคนด้วย
อย่างไรก็ตาม การทำ PRP ผม ไม่ใช่การปลูกผมถาวร ทำให้มีโอกาสกลับไปผมร่วงอีก จึงต้องมีการทำซ้ำในระยะเวลา 3 – 6 เดือน เพื่อให้ผลที่ยาวนาน